ทำความรู้จักกับ 3 รูปแบบการฟื้นฟูกรองเขม่า (DPF Regeneration) เพื่อการดูแลระบบกรองไอเสียของรถยนต์ดีเซลอย่างมีประสิทธิภาพ
DPF คืออะไร ?
DPF ย่อมาจาก Diesel Particulate Filter หรือ “ตัวกรองอนุภาคไอเสียดีเซล” เป็นอุปกรณ์ในระบบท่อไอเสียของเครื่องยนต์ดีเซล ที่มีลักษณะคล้ายรังผึ้ง ทำหน้าที่ดักจับเขม่าและอนุภาคขนาดเล็กที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ เพื่อลดมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 ก่อนปล่อยไอเสียออกสู่ภายนอก
DPF ถูกบังคับใช้ตามมาตรฐานมลพิษที่เข้มงวด เช่น มาตรฐาน Euro 5 ขึ้นไป และจะมีการเผาไหม้เขม่าที่สะสมในตัวกรองโดยอัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิไอเสียสูงพอ
ทำความรู้จักกับ 3 รูปแบบการฟื้นฟูกรองเขม่า (DPF Regeneration)
1. Auto Regeneration – การฟื้นฟูแบบอัตโนมัติ
จะเกิดขึ้นในระยะทางการขับขี่ประมาณ 500 กิโลเมตร ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ สภาพการจราจรที่ติดขัด สภาวะที่ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก และการทำรีเจนครั้งล่าสุดเสร็จสมบูรณ์หรือไม่ รวมถึงการจอดรถติดเครื่องเดินเบาในระยะเวลานานอาจจะทำให้เกิดเขม่าก่อนถึงระยะทางที่ประมาณการได้
- ใช้เวลาฟื้นฟูประมาณ 20 นาที
- ระหว่างการฟื้นฟูความเร็วรอบเดินเบาเครื่องยนต์จะอยู่ที่ประมาณ 1,000 รอบต่อนาที และเมื่อกระบวนการฟื้นฟูอัตโนมัติเสร็จสิ้น ความเร็วรอบเดินเบาของเครื่องยนต์จะกลับสู่ปกติ 750 ± 50 รอบต่อนาที
- ขับรถยนต์ด้วยความเร็วคงที่บนถนนที่มีสภาพดี และหลีกเลี่ยงการหยุดรถยนต์หรือดับเครื่องยนต์ระหว่างทำการฟื้นฟู
2. Manual Regeneration – การฟื้นฟูด้วยตนเอง
จะมีข้อความ และไฟแจ้งเตือนขึ้นที่หน้าจอ
- รถจะจำกัดแรงบิดไม่เกิน 50% และความเร็วไม่เกิน 80 Km/hr
- ในระหว่างการฟื้นฟู ความเร็วรอบเครื่องยนต์จะเพิ่มขึ้นและคงที่ประมาณ 2,000 รอบต่อนาที
- จอดรถในที่ปลอดภัย พื้นเรียบ โล่ง ระบายอากาศได้ดี เปิดระบบการฟื้นฟูผ่านหน้าจอ ตามขั้นตอน
- ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
- เมื่อเสร็จแล้วข้อความเตือนจะหายไปให้ทำการดับและสตาร์ทเครื่องยนต์ 4 ครั้ง เพื่อลบสัญญาณไฟเตือนรูปเครื่องยนต์ที่หน้าปัด และสามารถใช้งานรถยนต์ได้ตามปกติ
3. Forced Regeneration – การฟื้นฟูแบบบังคับ
หากระบบไม่สามารถกำจัดเขม่าที่สะสมด้วยวิธีการ Auto และ Manual Regen ได้ จะมีข้อความแจ้งเตือน “กรองไอเสียอุดตัน กรุณาตรวจสอบ”
- จำเป็นต้องนำรถเข้าศูนย์บริการ เพื่อให้ช่างเทคนิคตรวจสอบและดำเนินการกำจัดเขม่าไอเสีย
- หากปล่อยไว้เป็นเวลานานจะทำให้ DPF อุดตันเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ข้อแนะนำ
- หมั่นสังเกตสัญญาณเตือนที่หน้าปัด
- หากมีข้อความ และไฟแจ้งเตือน ควรดำเนินการตามขั้นตอน Manual Regen โดยเร็ว
- หลีกเลี่ยงการขับระยะสั้นบ่อย ๆ ซึ่งอาจทำให้ระบบ Auto Regen ทำงานไม่สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องกังวล หากปฏิบัติตามคำแนะนำ เข้าใจและดูแลระบบ DPF อย่างถูกวิธี จะช่วยยืดอายุเครื่องยนต์ ลดมลพิษ และขับขี่ได้อย่างมั่นใจทุกเส้นทาง
เครดิต www.autospinn.com