รถเสียบนทางด่วน ควรจอดอย่างไรให้ปลอดภัย

รถเสียเป็นเรื่องที่ไม่เลือกเวลาและสถานที่ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่เลือกคัน ไม่ว่าคุณจะดูแลรถดีแค่ไหน ก็อาจจะเจออีกหลายปัจจัย เช่น น้ำมันหมด ยางแตก หรือเกิดเฉี่ยวชน เรื่องแบบนี้ทำให้รถไม่สามารถไปต่อได้ โดยถ้าจอดบนถนนทั่วไปก็อาจเสี่ยงน้อยหน่อย เพราะรถขับไม่เร็ว แต่ถ้าเป็นบนทางด่วน หรือทางหลวงใหญ่ ซึ่งมีรถขับเร็วระดับจัดเต็มเกียร์สูงสุด อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก อย่างหลายกรณีมาแล้ว เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของท่านเอง คอลัมน์ความรู้เรื่องรถคราวนี้ จึงมาแนะนำวิธีจอดรถฉุกเฉินบนทางด่วนโดยเฉพาะ ทำยังไงให้ปลอดภัยที่สุด รู้ไว้ไม่เสียหาย กันไว้ดีกว่าแก้ ซึ่งมีดังนี้

- รีบนำรถเข้าจอดบนไหล่ทาง เพื่อไม่กีดขวางการจราจร ให้ปล่อยไหลแล้วเปิดไฟเลี้ยวเข้าซ้าย ถ้ารถยางแตกก็บดยางขับเข้าซ้ายได้อยู่ บางกรณีเมื่อรถเสีย ต้องออกแรงเลี้ยวพวงมาลัยมากขึ้นกว่าเดิม ข้อสำคัญคือ เมื่อยางแตกห้ามเบรกอย่างรุนแรงโดยเด้ดขาด ค่อยๆ ปล่อยไหลประคองเข้าข้างทางจนรถหยุดสนิท
- เปิดไฟฉุกเฉิน เพื่อให้สัญญาณรถที่ตามมา ได้รู้ว่ารถคันนี้เสียอยู่ หากแบตเตอร์รี่หมด หรือขัดข้องเรื่องระบบไฟ ก็เปิดไฟฉายวางไว้ท้ายรถ
- โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ ใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินที่ กทพ. ได้ติดตั้งตามไหล่ทางด้านซ้ายทุกๆ 500-1,000 เมตร หรือโทรสายด่วนของทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ ดังนี้ ทางด่วน (การทางพิเศษแห่งประเทศไทย) โทร. 1543, ทางหลวงและมอเตอร์เวย์ โทร. 1586 และโทลเวย์ โทร. 1233
- นั่งรอเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือในรถ และคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลา ห้ามออกนอกรถ ยกเว้นกรณีจำเป็น เช่น รถไฟไหม้

นอกจากนี้ ขอฝากถึงวินัยการขับรถ เรื่องการแซงไหล่ทาง ไม่มีกฎจราจรใดอนุญาตให้รถทั่วไปวิ่งใช้งานเป็นเลนปกติด้วย เป็นเรื่องที่สังคมไม่ยอมรับ เพราะนอกจากเรื่องความเห็นแก่ตัวแล้ว ยังเสี่ยงเกิดอุบัติเหตูด้วย โดยไหล่ทางมีไว้ให้รถฉุกเฉินวิ่ง หรือเป็นที่จอดรถในยามฉุกเฉินเท่านั้น สุดท้ายนี้ คอลัมน์ความรู้เรื่องรถ ก็ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยปลอดภัย และขอให้มีสติไม่ประมาทในการใช้ถนนเสมอ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ

เครดิต www.boxzaracing.com