Skip to main content

Gaeglong

[ เทคนิคสำหรับมือใหม่หัดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ]

เคยแต่เป็นคนทดลองขับ และแกล้งๆ เสียบชาร์จแบตโดยที่มีพนักงาน / เซลล์ยืนให้ความช่วยเหลือ หรือกำกับทุกครั้ง แต่หากครั้งนี้เป็นคุณคนเดียวล่ะ? คุณว่าจะทำเองได้มั้ย? เลดี้จะมาเล่าสถานการณ์จริงหลังจากใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าคนเดียวเป็นเวลา 5 วันเต็ม 

เทคนิคสำหรับมือใหม่หัดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าแบบจริงๆ กับการศึกษาเทคนิค รวมถึงกระบวนการที่เป็นทฤษฎี แน่นอนว่ามันแตกต่างกันอยู่แล้ว การเตรียมตัวมันอาจจะช่วยให้คุณไม่ลนลานในส่วนหนึ่ง แต่บอกเลยว่าหน้างานจริงๆ หินไม่ใช่เล่น เลดี้ก็เช่นกันเคยได้แต่ลองขับ แต่ไม่เคยชาร์แบตเตอรี่เอง หรือคลุกคลีอยู่กับรถยนต์ไฟฟ้าแบบจริงๆ จังๆ เพราะว่ายังคงใช้รถยนต์สันดาปอยู่ในปัจจุบัน เลยได้ฤกษ์ลองของดูหน่อยสิ้ ว่ามันจะขนาดไหนกันเชียว

บอกก่อนเลยว่าครั้งนี้สดมาก แบบ No How (ที่ไม่ใช่ Know How) แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าเลดี้ก็มีศึกษามาบ้างเพราะว่าเกรงใจคนอื่นหากไปเก้ๆกังๆ ยืนงงแบบไม่มีความรู้อะไรเลยมันก็ไม่ดี ซึ่งเหตุการณ์ที่เลดี้เชื่อว่ามือใหม่หัดชาร์จจะต้องเจอแน่ๆ มีดังต่อไปนี้ค่ะ

มือใหม่หัดชาร์จ (แบต) ต้องรู้  

  • สถานีชาร์จมีความแตกต่างกัน เนื่องจากว่าในตอนนี้นั้นเริ่มมีสถานีชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น และกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน กทม. จากที่ทุกคนทราบกันดีว่าหัวชาร์จไฟ จะมีทั้ง AC (Alternating Current Electricity) ไฟฟ้ากระแสสลับ และ DC (Direct Current Electricity) ไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งให้ Duration หรือระยะเวลาในการชาร์จที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ข้อมูลเฉพาะในการใช้บริการก็แตกต่างกันออกไป แล้วแต่ Policy ของแต่ละบริษัท ยกตัวอย่างเช่น ในบ้างค่ายคุณจะต้อง Top Up เงินเข้าไปในแอฟพลิเคชั่น โดยที่คุณจะต้องคำนวณเอาเองว่าขณะนี้คุณมีแบตเตอรี่คงเหลือเท่าไหร่ และจะต้องเติมอีกเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอต่อการเดินทางในทริปนั้นๆ และจะต้องแปลงออกมาเป็นยอดเงินและใส่ Top Up เข้าไป ซึ่งในช่วงแรกก็อาจจะยุ่งยากสำหรับมือใหม่แน่ๆ แต่สำหรับในบางค่ายคุณสามารถผูกกับบัตรเครดิตได้เลย โดยที่บริษัทจะหักเงินเท่าที่คุณใช้ไฟไปตามการชาร์จจริง ซึ่งอันนี้เลดี้ว่าสะดวกกว่าการต้องมานั่งคำนวณเอาเอง เหมาะสำหรับมือใหม่มากๆ

  • สถานีชาร์จมีทั้งแบบต้องจองกับ Walk In ได้เลย สำหรับในบางสถานีชาร์จก็มี Policy ให้ Walk In อย่างเดียว ใครมาก่อนได้ก่อน มาทีหลังก็ต่อคิวรอไป หรือไม่ก็วนหาที่ใหม่ อันนี้บอกก่อนว่าเสี่ยงต่อการตบตีแย่งชิงกันมากๆ แล้วก็ไม่เหมาะสำหรับคนที่เร่งรีบเพราะคุณไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามีคนใช้งานอยู่หรือไม่ และจะใช้เวลาในการชาร์จนานเท่าไหร่ แต่สำหรับบางสถานีก็จะมีให้จองคิวได้ โดยแบ่งออกเป็นรอบ รอบละ 30 นาที ซึ่งคุณสามารถจองไว้ได้สูงสุด ไม่เกิน 4 รอบ (ประมาณ 2 ชั่วโมง) บริษัทจะคิดเงินในการจองรอบละ 20 บาท คุณจะต้องเดินทางไปก่อนเวลาประมาณ 5-10 นาที และสายได้ไม่เกิน 5 นาที หากไปไม่ทันเงินจองของคุณจะถูกยึดไปเลย แต่ถ้าไปทันเงินส่วนที่จองนี้จะนำไปลบกับยอดใช้ไฟสุทธิ เรียกง่ายๆ ว่ายอดมัดจำนั่นเอง เลดี้ชอบใช้บริการบริษัทที่สามารถจองได้มากกว่า เพราะเลดี้คิดว่ามีระเบียบมากกว่าและไม่ต้องแย่งกัน แต่ก็จะมีคนบางประเภทที่ตีมึน ไม่จองแต่แอบมาใช้เหมือนกัน อันนี้ก็ต้องชี้แจงกันดีๆ เพราะสิทธิ์ในการใช้เป็นของผู้ที่ลงเวลาจองมาเท่านั้น

  • สถานีชาร์จทำงานบนระบบอินเทอร์เน็ต  แน่นอนว่าการใช้งานสถานีชาร์จตามพื้นที่ต่างๆ ด้วยแอฟพลิเคชั่น คือการทำงานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีครั้งนึงเลดี้กดจองคิวไปตามปกติ แต่พอไปถึงหน้าตู้ คิวก่อนหน้าถอดสายชาร์จวางเก็บเรียบร้อยใช้งานได้ปกติ พอมาถึงคิวตัวเองตู้ชาร์จปิดตัว Shut Down ไปต่อหน้าต่อตาก็มี ทีนี้ก็ว้าวุ่นเรียกขอเงินที่จองคืนกันชุลมุน หรือในบางกรณีมือใหม่หัดชาร์จดึงหัวชาร์จออกไม่เป็น เพราะเวลาเราเสียบหัวชาร์จเข้าไปมันจะมีเคี้ยวล็อกอัตโนมัติทันที และจะต้องทำการปลดล็อกออกก่อนถึงจะดึงสายออกไปได้ อาจจะมีบ้างที่พวกดึงออกไม่เป็นก็เลยมาปิดระบบตรงหน้าตู้มันซะเลย เลยทำให้ผู้ที่มาใช้งานต่อใช้ไม่ได้ ในกรณีนี้เลดี้มีทริกมากฝาก หากตู้ชาร์จมันขึ้นว่า Close ให้คุณลองหมุน Reset ระบบใหม่อีกครั้ง และรอจนกว่าเครื่องจะเข้าสู่ Staus Online ให้คุณลองเสียบใช้งานดูอีกรอบ ถ้าเครื่องไม่พังมันก็จะสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่ถ้าพังแนะนำเปลี่ยนที่ใหม่และขอเงินจองคืนค่ะ

ทั้งหมดนี้คือสถานการณ์ที่เลดี้เจอใน 5 วันที่คลุกคลีอยู่กับเจ้ารถยนต์ไฟฟ้าเสมือนเป็นเจ้าของ ซึ่งบอกเลยว่าหน้างานทั้งลนลาน ทั้งตื่นเต้น และแน่นอนว่าคุณจะต้องมีครั้งแรกเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะ Handle มันได้ดีแค่ไหน ใครเจอมากกว่านี้เขียน Comment มาเล่าให้เลดี้ฟังบ้างนะคะ

 

 

เครดิต www.autospinn.com