ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Gaeglong

[ Honda Accord 2027 ไมเนอร์เชนจ์ บอกลาโคมส้ม มาพร้อม Sensing 360+ ]

เปิดตัว Honda Accord รุ่น Minor Change ปี 2027 ใหม่ในญี่ปุ่น เก็บดีเทลสุดเนี๊ยบ พร้อมท้าชนคู่แข่ง

 

Honda Accord 2027 สเปกญี่ปุ่น ปรับนิดเดียวแต่ล้ำขึ้น พร้อมติดตั้งระบบ Sensing 360+

Honda เผยโฉม Honda Accord รุ่น Minor Change ปี 2027 สเปกญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย ถึงแม้ว่าในบ้านเราผู้คนจะเทใจไปหาฝั่ง SUV กันเยอะ จนรถซีดานขนาดใหญ่กลายเป็นรถเฉพาะกลุ่มไปแล้ว แต่ครั้งนี้ Honda ค่อนข้างมั่นใจว่าจะกลับมาครองบัลลังก์อีกครั้ง แต่การกลับมาในครั้งนี้ไม่ใช่การปรับโฉมหรือ Facelift เพราะไม่ได้เป็นการปรับยกเครื่องครั้งใหญ่ แต่ปรับเปลี่ยนจุดเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งคาดว่าการปรับเปลี่ยนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้กับรุ่นที่ขายในตลาดโลกในอีกไม่ช้า

ไฮไลท์สุดจึ้งอัปเกรดไฟเลี้ยวใหม่

ทุกรุ่นที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่นตอนนี้มาพร้อมกับไฟหรี่ด้านข้าง (Side markers) ในโคมไฟหน้าแบบใสแทนที่จะเป็นสีส้ม ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ แต่ตรงใจเราสุดๆ เพราะบอกตามตรงว่าไอ้สีส้มๆ สองฝั่งด้านหน้าของ Accord มันทำให้รำคาญลูกตาสุดๆ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับชิ้นส่วนตกแต่งไฟหน้าที่เป็นสีเดียวกับตัวรถอีกด้วย และมีสีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่

  • สีน้ำเงิน Canyon River Blue Metallic
  • สีขาว Platinum White Pearl
  • สีดำ Crystal Black Pearl
  • สีเทา Meteoroid Gray Metallic

เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติสุดพิเศษ

นอกจากรูปลักษณ์ภายนอก การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดเกิดขึ้นในรุ่น Accord e:HEV ซึ่งรุ่นนี้จะมีความแตกต่างจากรุ่น e:HEV มาตรฐานด้วยกระจังหน้าและเสาอากาศครีบฉลามที่เป็นสีเดียวกับตัวรถ แน่นอนว่าเทคโนโลยีที่ใช้ในรุ่นนี้คือสิ่งที่ตอกย้ำความเป็นรุ่นเรือธงอย่างแท้จริง โดยได้รับการติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Sensing 360+ ซึ่งครอบคลุมถึง

  • ระบบกล้องตรวจสอบความพร้อมของผู้ขับขี่ (Driver monitoring system)
  • ระบบขับขี่แบบปล่อยมือ (Hands-off driving) ที่อนุญาตให้คนขับปล่อยมือจากพวงมาลัยได้เลย เมื่อขับขี่อยู่บนทางหลวงที่มีการบันทึกข้อมูลแผนที่ไว้

เรียกว่างานนี้ Honda จัดเต็มเรื่องความปลอดภัยและเทคโนโลยี เพื่อลงสนามท้าชนกับคู่แข่งแบบสมน้ำสมเนื้อสุดๆ ไปเลยค่ะ

ขุมพลังคุ้นเคย และราคาค่าตัว

ในส่วนของหัวใจหลักของ Accord 2027 สเปกญี่ปุ่นทุกรุ่นยังคงใช้ขุมพลังที่แรงและประหยัดเช่นเดิม นั่นก็คือเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0 ลิตร 4 สูบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว และส่งกำลังผ่านเกียร์ eCVT สำหรับราคาจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น

  • รุ่นเริ่มต้น ราคา 5,951,000 เยน หรือประมาณ 1,266,513 บาท (ไม่รวมภาษีนำเข้า)
  • รุ่นท็อป ราคา 6,351,400 เยน หรือประมาณ 1,351,911 บาท (ไม่รวมภาษีนำเข้า)

สำหรับในไทยบ้านเราก็ต้องมารอลุ้นกันต่อไปค่ะ ว่าออปชันและการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จะเข้ามาในไทยเมื่อไหร่ แต่บอกเลยว่าตอนนี้ตั้งตารอแล้วค่ะ 

เครดิต www.autospinn.com