โปรเจกต์ Prius Roadster ของศิลปินชื่อดัง Vishnu Suresh หรือที่รู้จักกันในนาม Zephyr Designz เปลี่ยนรถไฮบริดบ้านๆ ข้ามสายพันธุ์สู่โรดสเตอร์ไวด์บอดี้สุดโหด
เมื่อ Prius ขอข้ามสายรับบทซูเปอร์คาร์ ผลลัพธ์ออกมาหล่อเกินคาด!
ถ้าพูดถึง Toyota Prius ภาพจำของหลายคนคือรถไฮบริดสุดประหยัดที่เน้นใช้งาน แต่ทั้งหมดนั้นคืออดีต! เพราะ Prius เจเนอเรชันที่ 5 ได้สลัดคราบเดิมทิ้งไปจนหมดสิ้น กลายเป็นรถที่มีสไตล์และเส้นสายที่เฉียบคมจนน่าจับตามอง แต่ดูเหมือนว่าแค่นั้นยังไม่พอสำหรับศิลปินดิจิทัลอย่าง Vishnu Suresh หรือที่รู้จักกันในนาม Zephyr Designz ที่ได้จับ Prius มาแปลงโฉมครั้งใหญ่ จนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
จากรถบ้าน สู่โรดสเตอร์ไวด์บอดี้สุดโหด
โปรเจกต์ Prius Roadster นี้คือการโยนความเรียบง่ายทิ้งไป แล้วใส่ความดุดันเข้ามาเต็มพิกัด ผลลัพธ์ที่ได้คือรถที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกับ Lamborghini มากกว่า Toyota ด้วยชุดแต่งไวด์บอดี้สุดอลังการที่ทำให้ตัวรถดูกว้างและเตี้ยติดพื้นในสไตล์รถแข่ง สิ่งที่ยังพอจะบอกได้ว่านี่คือ Prius มีเพียงไม่กี่อย่าง คือชุดไฟหน้า LED สไตล์หัวค้อน, กระจังหน้าส่วนบน และกระจกบังลมหน้า
นอกนั้นถูกรื้อและสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด อาทิ ตัวถังถูกเปลี่ยนจากฟาสต์แบ็ก 5 ประตู เป็นรถโรดสเตอร์ 2 ประตูสุดเร้าใจ ซุ้มล้อถูกตีโป่งออกมาอย่างมหาศาล พร้อมช่องระบายอากาศในตัว เพื่อครอบล้ออัลลอย HRE ขนาดใหญ่ และเมื่อหลังคาถูกตัดออกไป ด้านหลังถูกแทนที่ด้วยฝาครอบดีไซน์ใหม่ที่ดูเหมือนฝาครอบเครื่องยนต์ของซูเปอร์คาร์ พร้อมสปอยเลอร์ทรง Ducktail และท่อไอเสียคู่ออกกลาง
ส่วนผสมของตำนาน Porsche + McLaren + Lamborghini
ในส่วนของการดีไซน์ Toyota Prius Roadster คันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่ Zephyr Designz ได้ดึงแรงบันดาลใจมาจากสุดยอดซูเปอร์คาร์หลายรุ่น อาทิ
ดิฟฟิวเซอร์ท้ายได้อิทธิพลมาจาก Porsche 911 Speedster
ช่องระบายอากาศบนฝากระโปรงหน้ามีกลิ่นอายของ McLaren 765LT
ฝาครอบท้ายที่ดุดันได้แรงบันดาลใจมาจาก Lamborghini Aventador
แน่นอนว่า Prius รุ่นผลิตจริงมีกำลังสูงสุดแค่ 220 แรงม้าจากเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริด แต่เมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่ดุดันขนาดนี้ มันก็อดจินตนาการไม่ได้ว่าถ้าจับ เครื่องยนต์ V8 วางกลาง พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ด้านหน้ามาใส่ลงไป มันคงจะกลายเป็นคู่แข่งของ Lamborghini ได้สบายๆ
ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดนี้คงไม่เกิดขึ้นจริงแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือแรงบันดาลใจชั้นดีที่อาจจุดประกายให้สำนักแต่งรถในโลกแห่งความจริงลุกขึ้นมาสร้างโปรเจกต์สุดบ้าแบบนี้ขึ้นมาก็ได้ ใครจะไปรู้?
เครดิต www.autospinn.com




