เรื่องการเรียก “เลนนอก-เลนใน” มักจะสร้างความสับสนได้ง่าย เพราะบางคนเรียกตามความรู้สึก บางคนเรียกตามหลักวิศวกรรมจราจร แต่ถ้าจะให้คุยกับคนอื่นรู้เรื่องและเข้าใจตรงกัน ให้จำหลักการง่ายๆ ดังข้อมูลด้านล่างนี้
เลนนอก vs เลนใน ต่างกันตรงไหน เรียกยังไงให้เข้าใจถูกต้อง
วิธีนับเลนตามมาตรฐานกรมทางหลวง
การนับเลนที่ถูกต้องตามหลักสากล จะเริ่มนับจาก “เกาะกลางถนน” ออกไปหาทางเท้า
- เลนที่ 1 (เลนขวาสุด): คือเลนที่ติดกับเกาะกลางถนน เป็นเลนสำหรับรถใช้ความเร็ว หรือรถที่เตรียมจะเลี้ยวขวา/กลับรถ
- เลนถัดไป: ก็นับเป็นเลน 2, 3 ตามลำดับ
- เลนซ้ายสุด: คือเลนที่อยู่ติดกับทางเท้า หรือไหล่ทาง
เลนนอก vs เลนใน เรียกแบบไหนให้ไม่งง?
คำว่า “นอก” และ “ใน” มักจะใช้สับสนกันมาก ขึ้นอยู่กับมุมมอง ดังนี้
แบบที่ 1: เรียกตาม “ตัวถนน” (นิยมใช้ในการบอกทาง)
วิธีนี้จะมองถนนเป็นเส้นหลักเส้นหนึ่ง
- เลนใน (Inner Lane): คือเลนที่อยู่ใกล้ เกาะกลางถนน (เลนขวาสุด) เพราะถือว่าเป็นส่วนที่ลึกที่สุดของถนน
- เลนนอก (Outer Lane): คือเลนที่อยู่ใกล้ ไหล่ทาง/ฟุตบาท (เลนซ้ายสุด) เพราะอยู่ขอบด้านนอกของถนน
แบบที่ 2: เรียกตาม “ทางเดินรถ” (ถนนที่มีทางขนาน)
ถ้าเป็นถนนเส้นใหญ่ที่มีการแบ่ง “ทางด่วน” กับ “ทางขนาน” (เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต หรือ บางนา-ตราด) จะเรียกดังนี้
- ทางใน (ช่องทางด่วน/Main Road): คือถนนเส้นหลักที่อยู่ด้านในสุด มักจะวิ่งยาวๆ ไม่ค่อยมีจุดแวะจอด
- ทางนอก (ทางขนาน/Frontage Road): คือถนนเส้นที่อยู่ติดกับตึกแถวหรือร้านค้า ใช้สำหรับเข้า-ออกซอย หรือจอดรถ
สรุปเข้าใจง่ายๆ
ทริคกันงง: ถ้าคุณกำลังคุยกับช่างหรือคนนำทาง แล้วกลัวสับสน ให้ใช้คำว่า “เลนขวา” หรือ “เลนซ้าย” แทน จะชัดเจนที่สุดและไม่เกิดการตีความผิดพลาด
เครดิต www.autospinn.com